แต่งงานทำไมต้องเปลี่ยนศาสนา
  จำนวนคนเข้าชม  593

ขอความสันติจงมีแด่ท่านค่ะ

หลายคนสอบถามเรื่อง เกี่ยวกับว่าทำไมจะต้องเปลี่ยนศาสนาล่ะถ้าจะแต่งงานกับมุสลิม (ใช้เรียกผู้ที่นับถืออิสลาม)

อิสลามนั้นมีทั้งหลักศรัทธา และหลักปฏิบัติ ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วความเชื่อไม่เหมือนกัน ทุกอย่างย่อมจะมีปัญหาตามมา การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคน 2 คนค่ะ แต่มันคือการรวมญาติทุกฝ่ายเข้ามา แนวทางคนละอย่าง......

แรกๆอาจจะบอกว่า เรารักกัน เขานิสัยดี เธอนิสัยดี เราเข้ากันได้เป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต่างคนต่างมีวิถีปฏิบัติที่แตกต่างกันไป ปกติศาสนาเดียวกัน แต่งงานกันเองยังมีความแตกต่าง ยังมีปัญหาสารพัด จนอยู่กันไม่ยืด

จะเห็นว่า อิสลาม เป็นศาสนาที่ใส่ใจกับทุกรายละเอียดของชีวิต เราจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องศาสนา เพื่อไม่ต้องมาเจอปัญหาแบบนี้ในภายหลัง

ขนาดคนศาสนาเดียวกัน ยังมีปัญหาสารพัด จนอยู่กันไม่ยืด นี่คนละศาสนา Life Style คนละแบบ รูปแบบการใช้ชีวิตต่างกัน...

คนละศาสนา แน่นอนความเชื่อ และความศรัทธาที่แตกต่างกันย่อมมีผลต่อการดำรงชีวิตคู่ หากต่างคนต่างความเชื่อแล้วอยู่กันยังได้ ตรงนี้ถ้าในทัศนะอิสลามแล้ว แสดงว่าหย่อนยานทางศาสนา สุดท้ายหมดรักกันแล้ว มักจะแยกย้ายกันไป มีลูกก็จะเป็นปัญหาจะไปทางใด
ต่างยื้อยุดฉุดไปในทิศทางการเลี้ยงดูตามความเชื่อของฝ่ายตน

หากจะกล่าวว่า ก็ต่างคนต่างอยู่ในความเชื่อของตนไปสิ เราลองมาดูรายละเอียดปลีกย่อยที่ยามรักแล้วมองข้ามกัน

- คนหนึ่งไม่ทานหมู ไม่ทานเหล้า อีกคนทานทุกอย่าง อีกฝ่ายจะกล้าทำความสะอาดไหม
- คนหนึ่งทานเนื้อ อีกคนไม่ทานเนื้อ
- คนหนึ่งไปเชงเม้งกลางแดดที่ต่างจังหวัด อีกคนไม่ไปแดดร้อนจัด
- คนหนึ่งไหว้เจ้า อีกคนประกอบพิธีทางศาสนาบ่อยๆ
- คนหนึ่งเคร่งครัดในพิธีการ ละหมาด 5 เวลาอีกคนจะรำคาญไหม
- ครอบครัวต่างความเชื่อ.... ตรงนี้เห็นชัดเจน ทั้งพิธีการ ความศรัทธาและหลักปฏิบัติ อยู่ไปเรื่อยๆ ก็จะเผยกันมาเอง ทำไม แฟนลูกไม่มา ทำไม หลานเขย หลานสะใภ้ไม่มา... ทั้งที่อิสลามส่งเสริมเรื่องไปมาหาสู่ระหว่างญาติพี่น้อง มิให้ทอดทิ้งกัน
- ถ้าอีกฝ่ายอยากจะเลี้ยงสุนัข อีกฝ่ายจะอยู่อย่างไร เพราะมีข้อปฏิบัติเรื่องน้ำลายสุนัข
- ถ้ามาอยู่กันเอง ผู้ที่นับถืออิสลามก็มีความผิดทางศาสนา ในเรื่องของซินา(มีความสัมพันธ์โดยที่มิได้แต่งงานกันตามหลักศาสนา ) ซึ่งบุตรที่เกิดมาจากการซินาจะมีผลในการปฏิบัติตามหลักศาสนา เช่น สิทธิรับมรดกของพ่อ

เมื่อมาใช้ชีวิตด้วยกันก็อยากที่จะให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่ดีตามไปด้วย แรกๆอาจจะเพราะรักจึงยอมทุกอย่าง แต่พอหมดรัก สิ่งที่เคยมองข้ามเพราะอารมณ์รักบังตาก็จะผุดงอกเงยขึ้นมาทันตา

สุดท้าย ความรักจืดจาง ปัญหาก็จะเริ่มสะสม จากที่ละน้อยที่เคยมองข้ามกันไป ปัญหาครอบครัวส่วนมากมาจาก ปัญหาเล็กๆน้อยๆที่มองข้ามกันแต่เริ่มแรก

รักอย่างเดียวไม่รอดหรอกค่ะ ต้องใจ..(นักเลง) และเข้าใจถึงวิถีปฏิบัติของกันและกันด้วย

ปัญหา มีมาหลายๆอย่าง แต่ถ้าเปลี่ยนความเชื่อมาศรัทธาเหมือนๆกันเห็นหลายๆคนยังเลิกรา ตรงนี้ต้องไปมองดูรายละเอียดส่วนบุคคลแล้วว่า ปฏิบัติตามหลักศาสนาจริงๆรึเปล่า ไม่ใช่พอแฟนออกจากบ้าน ก็ทำเช่นเดิมทันที คุณแฟนมาก็ซ่อนแอบไว้.... สุดท้ายจับได้ ก็ทะเลาะกันไปหาว่าไม่เชื่อใจกัน

บางคนบอกแฟนเป็นคนเคร่งศาสนา ไม่เห็นทานหมู บอกว่าต่างคนต่างอยู่ก็ได้ เอ... ถ้าเคร่งครัดจริง นอกจากไม่ทานหมู ก็ต้องไม่ทานเหล้าและละหมาด 5 เวลากิริยาวาจาเรียบร้อย ไม่ล่วงละเมิดจับมือสาว หรือขั้นมีความสัมพันธ์ด้านอื่นๆที่เกินเลย ทั้งที่ยังไม่แต่งงานกัน ไม่เที่ยวตามสถานอโคจรและเป็นบุตรที่ดีของพ่อแม่ นี่แหละค่ะ คนที่เป็นมุสลิมที่ดี และปฏิบัติจริง

ถ้า นอกจากนี้ ไม่ทานหมูแต่ทานเหล้า ไม่เคยละหมาด พูดจากไม่สุภาพเที่ยวหลีผู้หญิงละทิ้งพ่อแม่ ก็เป็นได้แค่ศาสนาที่ระบุตามกล่าวอ้างกับทางราชการไว้เท่านั่นแหละค่ะ ^^"

เพราะ ว่าเราเข้ากันได้ (คำตอบที่ได้ยินกันทั่วไป) แสดงว่าต้องมีอะไรที่เหมือนกันคล้ายๆกันจึงเข้ากันได้ นี่แหละค่ะ การนับถือศรัทธาเหมือนๆกัน ก็ย่อมที่จะเข้ากันและไปได้ดีกว่า

บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเปลี่ยนมานับถือแล้วต้องมีปัญหากับที่บ้านแน่ๆ ตรงนี้ ผู้ที่จะเข้ารับก็ต้องคุยกับทางบ้านเสียก่อน อย่าลืมว่า อิสลามไม่ได้บังคับขู่เข็นให้มารับนอกจากจะศรัทธา

หากไม่ศรัทธาจริงๆ ไม่สามารถปฏิบัติได้แนะนำว่าหาคนที่มีความเหมือนกันดีกว่าค่ะ ไม่ได้กวนนะคะ

เรื่องนี้มีบ่อยที่ห้องศาสนา..... พุทธบ้าง คริสต์บ้าง อิสลามบ้าง เวียนวนมาถามกันตลอด เพราะ ความเชื่อต่างกัน หลักปฏิบัติต่างกัน.......

ในความเป็นจริง ถ้าไม่เหมือนกันก็อยู่กันยากค่ะ ชีวิตคู่นะคะไม่ได้มาค้างเพียง 1 คืนแล้วจากลาไป...... ^^

นอกจากต่างคนต่างไม่มีศาสนาก็จะอยู่กันได้ค่ะ ^^"

ถ้ามาเพราะความรัก แนะนำให้ศึกษาวิถีปฏิบัติของอิสลามเสียก่อนค่ะ เพราะอย่างน้อยถ้าเราหันมานับถือเราก็ต้องปฏิบัติในสิ่งเหล่านี้ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ ให้คุยกับคนของคุณ ว่ามีปัญหานะไม่เข้าใจ เพราะอิสลามความศรัทธาและการปฏิบัติสำคัญมาก มีปัญหาสงสัยสอบถามกันได้ค่ะ....

ดังนั้นแนะนำให้ศึกษาศาสนาเสียก่อนค่ะ ศึกษาจากผู้รู้และปฏิบัติจริงนะคะ มิใช่สอบถามจากผู้มีศาสนาแค่บัตรประชาชน หรือไม่มีศาสนาเลย เพราะคุณจะไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้องในเรื่องของศาสนานั่นเอง

แต่ถ้ามั่นใจไปกันได้ ถึงญาติจะแตกต่างซึ่งแนวทาง แต่ถ้ารู้หลักศาสนาแล้ว จะมีแนวทางที่ไปกันได้อย่างราบรื่นค่ะ เพราะอิสลามมีแนวทางในทุกเรื่องค่ะยิ่งเป็นชาวคัมภีร์( คริสต์ ยูดาย) แนวทางจะใกล้เคียงกันค่ะ

เรียนรู้เพื่อเข้าใจยอมรับ มิใช่ จำเป็นต้องยอมรับเพราะรักเขาอย่างเดียวจนอะไรก็ทำได้ ตรงนี้หมดรักแล้วมีปัญหาแน่ๆ ลองศึกษาดูว่าทำไมเขาถึงไม่เปลี่ยนมาเป็นแบบคุณแสดงว่าในนั้นมันมีอะไร อะไรตรงไหนที่บอกว่า อิสลามกับคริสต์และยูดาย แต่งกันได้ทำไมเขาถึงมารักกับคุณ ทั้งที่คนละศาสนากัน

อิสลามให้ความสำคัญกับศาสนา

1.พระเจ้า และรอซูล(ศาสนทูตผู้เผยแพร่ศาสนา)
2.มารดา บิดา
3.สามี-ภรรยา
4.บุตร
5.มิตร บุคคลทั่วไป

ถ้าเปลี่ยนมาแล้ว กับพ่อแม่ที่ต่างศาสนา อิสลามก็ยังส่งเสริมให้ปฏิบัติดีทุกอย่างกับแม่ พ่อ เคารพเชื่อฟังท่าน ทำความดีกับท่าน อย่างเต็มความสามารถ(ที่ไม่ขัดกับลักการอิสลาม)โดยลำดับความสำคัญนั้นรองลง มาจาก พระเจ้าและรอซูล(ศาสนทูตผู้เผยแพร่ศาสนา) แม่มาก่อนพ่อเพราะแม่เป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูบุตรทุกอย่าง และในเรื่องของครอบครัว ระหว่างสามีภรรยานั้น ภรรยาก็ต้องเคารพสามี แต่ถ้ามารดาสั่งอะไรที่เกินเลยศาสนา และละเมิดสิทธิระหว่างสามีภรรยาอันนี้ต้องมาพูดคุยกันแล้ว....

เพิ่มเติม ถ้าจะเข้ารับแล้วมีคนในที่นับถืออิสลาม(ไม่ใช่ผู้รู้ เพราะบางคนที่นับถือใช่ว่าจะรู้ทั้งหมด อาจปฏิบัติผิดพลาดกันได้ ) บอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แนะให้ศึกษาจากผู้รู้ดีกว่าค่ะ จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดและเกิดความเข้าใจผิดเข้าใจคลาดเคลื่อนกันเอง

หรือเพราะต่างคนต่างรัก เลยลืมทุกอย่าง...... อิสลามไม่ใช่เพียงการนับถือแต่คือการปฏิบัติทุกอย่างในชีวิต พินิจพิเคราะห์พิจารณาดีๆค่ะ เอาใจช่วยทุกท่านค่ะ

ได้พบเจอมุสลิมใหม่(มุอัลลัฟ)หลายๆคนที่มาเข้ารับอิสลาม ต่างปฏิบัติหน้าที่ในหลักศาสนาได้ยอดเยี่ยมกว่ามุสลิมเดิมๆ ขอคารวะเลยค่ะ ^^
ด้วยความเคารพค่ะ

วัสสลาม

PS. บทความนี้ทางผู้จัดทำเขียนแนะนำเพื่อความเข้าใจพื้นฐานหลักของครอบครัวค่ะ

ที่มา http://www.annisaa.com