ความรู้ต้องมาก่อนการพูดและการปฏิบัติ
  จำนวนคนเข้าชม  1070

ความรู้ต้องมาก่อนการพูดและการปฏิบัติ


อาจารย์ สุเบร วงษ์สันต์


         ท่านพี่น้องศรัทธาชนทุกท่าน  ท่านทั้งหลายจงยำเกรงในอัลลอฮฺ   ด้วยการศึกษาหาความรู้ เข้าใจในคำว่า  لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ อย่างถ่องแท้และลึกซึ้ง เพื่อนำมาซึ่งการปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในดุนยาและอาคิเราะห์

           วันนี้ผมขอเสนอข้อเขียนของนักเขียนคนหนึ่ง เราอยากจะปูพื้นฐานความรู้อิสลามเบื้องต้นให้กับเยาวชนและทุกท่านได้รับทราบ ความรู้ในเชิงอิสลามแล้ว คือการเข้าใจในเรื่องราวของอิสลามอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงผิวเผิน อิสลามเป็นระดับมหาวิทยาลัย ต้องเรียนกันอย่างกว้างขวาง ต้องศึกษากุรอ่านอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งหาความหมายด้วย ต้องทบทวนฮะดีสทั้งหลายให้มากๆ พร้อมต้องนำไปปฏิบัติด้วย และมีความรู้ในศาสตร์แขนงต่างๆ เพื่อจะได้เพิ่มพูนศรัทธาให้แน่นแฟ้น

          โปรดระวังนะครับท่านพี่น้องที่รัก คนรู้น้อยแต่อวดรู้ ล้วนเป็นอันตรายต่อสังคม  เราได้พูดกันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าสัญญาณหนึ่งของวันกิยามะห์ก็คือ อัลลอฮฺจะให้ความรู้ค่อยๆ เลือนหายไปจากแผ่นดินนี้ มีฮะดีสจากท่านอับดุลลอฮ อิบนุล อัมร อิบนุล อาศ กล่าวว่า ท่านร่อซู้ล   กล่าวว่า

 

“แท้จริงอัลลอฮมิได้ทรงถอนเอาความรู้ออกไปโดยฉวยออกไปจากปวงชนอย่างทันที

แต่พระองค์ทรงถอนเอาความรู้ออกไปโดยการเก็บผู้มีความรู้ จนกระทั่งไม่มีผู้รู้เหลืออยู่

ประชาชนก็จะยึดคนโง่เขลาเป็นหัวหน้า ถามปัญหากับเขา เขาเหล่านั้นก็ออกคำวินิจฉัยโดยไม่มีความรู้

ตัวเขาเองก็หลงและพลอยให้ผู้อื่นหลงไปด้วย”


           ย้อนไป 20 กว่าปีก่อนที่มีประท้วงกันที่หนองจอก แล้วจัดเวทีเสวนา ผู้รู้ศาสนาฟัตวาเรื่องฮิญาบว่า ถ้ามันมีความจำเป็นจะต้องถอดก็ถอดได้ ทางการก็ยึดกันตามนั้น เพราะฉะนั้น นักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยเขาก็ไม่รับปริญญาเรื่องก็จบ เพราะเรื่องของฮิญาบเป็นเรื่องของอีหม่าน จะให้คนที่เขาไม่ใช่มุสลิมมาอีหม่านเรื่องที่เขาไม่อีหม่านมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็เลือกเอาสิศาสนาของพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และศาสนาของฉันก็คือศาสนาของฉัน 

 ท่านอบูหุรอยราะห์ จึงได้ขอดุอาของท่านร่อซู้ล ว่า

اللهم إني أعوذ بك من علم لا ينفع ، وقلب لا يخشع ، و نفس لا تشبع،
 و دعوة لا يستجاب لها

“โอ้อัลลอฮ ข้าพระองค์ขอพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความรู้ที่ไม่ยังประโยชน์ และหัวใจที่ไม่หวั่นเกรง

และจากจิตใจที่ไม่อิ่ม คือ มีแต่ความโลภ และให้พ้นจากดุอาอฺที่ไม่ถูกตอบรับ”


          ท่านพี่น้องผู้มีเกียรติทุกท่าน ความรู้มีอยู่ 2 ชนิด คือ โดยธรรมชาติ และด้วยการแสวงหา แต่ความรู้ที่แสวงหาจะไม่มีประโยชน์ หากไม่มีความรู้ตามธรรมชาติ ดังที่ท่านอิหม่ามฆอซาลี กล่าวไว้ว่า เปรียบดังแสงตะวันจะไร้ค่า หากสายตามืดบอดธรรมชาติอันดั้งเดิมของเรานั้น คือ ฟิฏเราะห์ จิตใจที่ดีงาม จิตใจที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ  เพราะฉะนั้น เอาซุนนะห์ของท่านร่อซู้ล  มาใช้ในดารดำเนินชีวิตร่วมกับความรู้ที่เราแสวงหามา ความรู้ต้องมาก่อนการพูดและการปฏิบัติ

ดังที่อัลลอฮฺ   ตรัสว่า

  فَاعْلَمْ أَنَّهُ لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ  

“ดังนั้น พึงรู้เถิดว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ”

           คำพูดนี้มีคุณประโยชน์กับพี่น้องมากๆ เพราะสามารถทำให้พี่น้องนั้น ถึงแม้จะต้องไปชดใช้กรรมในนรก แต่อัลลอฮฺก็จะดึงเขาขึ้นมา ถึงแม้จะมีตราบาปว่า เคยเป็นชาวนรกแล้ว อย่างน้อยที่สุด คนที่เข้าใจในความหมาย لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ แล้ว ไม่ต้องหวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เงื่อนไขของ لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องก็คือ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในคำว่า لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ   มีอะไรบ้าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกกราบไหว้นอกเหนือจากอัลลอฮฺ   ตัณหา  กิเลส อารมณ์ ก็คือพระเจ้า คนที่มีอำนาจมีเงินตราสั่งอะไรได้หมดก็คือพระเจ้า เราต้องปฏิเสธทั้งหมด นอกจากอัลลอฮฺ

          ด้วยเหตุนี้ท่านพี่น้องผู้มีเกียรติ คำๆ นี้มีความหมายที่ลึกซึ้ง คนรุ่นก่อนๆ เขาเข้าใจความหมายอย่างลึกซึ้ง ไม่เอาอารมณ์ตัดสิน ลองกลับไปดูสิครับสมัยท่านร่อซู้ล เรื่องหินดำจะให้ใครยกไปเก็บที่กะอฺบะฮฺ เผ่านั้นก็อ้างศักดิ์ศรี เผ่านี้ก็อ้าง ทุกคนต้องกลับไปหาอัลลอฮฺ และด้วยฮิกมะห์ของท่านร่อซู้ล   จึงได้ออกมาอย่างที่เราเรียนในประวัติศาสตร์ เอาผ้ามาผืนหนึ่ง เผ่านี้จับตรงนี้ พอถึงที่ท่านร่อซู้ล ก็เป็นคนยกไปวาง ทุกคนแฮปปี้หมด ปัญหาที่มันมีขึ้นมา มันมีจุดจบพร้อมกับปัญหาที่เกิดขึ้น พวกเรามองไม่เห็นจุดจบ มองเห็นแต่ใครตัวเริ่ม ใครที่ทำให้มันลาม ท่านร่อซู้ล  ทำไว้ให้ดูเป็นแบบอย่างเยอะแยะ

           คำว่า  لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ จะมีความหมาย จะต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบต่างๆ ต้องมีความรู้อย่างถ่องแท้ ต้องมีความมั่นใจ มีความบริสุทธิ์ใจ มีความซื่อสัตย์ มีความจริงใจ มีความรัก มีการดำเนินตามตอบรับ ไม่ใช่ยอมรับอัลลอฮฺ แต่ไม่ยอมรับบทบัญญัติของอัลลอฮฺ มันใช้ได้ที่ไหน

          ความรู้ต้องมาก่อนการพูดและการกระทำ พระองค์ทรงเริ่มต้นด้วยกับความรู้ แม้แต่การเริ่มประกาศอิสลามครั้งแรก ก็เริ่มจากความรู้ก่อน  إقرأ “จงอ่าน”  เพราะฉะนั้น ผู้มีความรู้ คือ ผู้ที่หักห้ามใจจากกิเลส ความรู้มาจากการศึกษา การศึกษาเป็นการถ่ายทอดวิชาให้เข้ารูปเข้ารอย การเรียนการสอนต้องประสานกันแล้วมีการถ่ายทอด

          การศึกษาต้องก่อให้เกิดความงอกงามของสติปัญญาในทุกๆทาง บางคนเป็นแพทย์ เป็นวิศวกร เป็นสถาปนิก แต่ถ้าไม่สนใจในความเป็นมนุษย์ ไม่มีมโนธรรม ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีการศึกษาอย่างแท้จริง  ยุคนี้คนหนุ่มสาวรับการศึกษามากกว่าได้รับการอบรมทางจิตใจ การยึดมั่นในสิ่งใดโดยไม่ใช้สติปัญญาไต่รตรอง นั่นคือการเป็นทาส เพราะการไตร่ตรองจะเน้นในการยึดมั่นของเรา

 


           ท่านพี่น้องครับ  เป้าหมายของการศึกษา คือ การเพิ่มพูนความรู้ และการจำแนกข้อเท็จจริง การศึกษาไม่ใช่ประกาศนียบัตร งานหรือเงิน เราต้องมีความสุขในการได้รับใช้สังคม ไม่ใช่รอคอยความสุขจากผลงาน เมื่อเราปวดหัวปวดท้องเราหายามาทาน แต่เมื่อมีความโลภ โกรธ หลง เราจะกินยาอะไรถ้าไม่ใช่อัลกุรอาน

          เพราะฉะนั้น อัลกุรอาน เป็นยารักษาโรคที่อยู่ในหัวใจของพวกท่าน อ่านกุรอานถูกต้องตามตัจวีด ปอดจะแข็งแรงหายใจได้ยาวขึ้น ไม่ใช่ไม่อ่านกลัวเหนื่อย สูบบุหรี่ด้วยยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้น เราต้องกลับมาให้ความสำคัญกับคุณค่าที่อยู่ใกล้ตัวเรา แต่พวกเราไม่ค่อยจะสนใจกัน

อัลลอฮฺ   ได้ตรัสไว้ความว่า

“อัลลอฮฺได้ทรงประทานแก่เจ้าซึ่งคัมภีร์อัลกุรอานและวิทยปัญญา และได้ทรงสอนเจ้าในสิ่งที่เจ้าไม่รู้

และความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มีต่อเจ้านั้นใหญ่หลวงนัก”


           ท่านพี่น้องผู้มีเกียรติ เราต้องกลับมาทบทวนบทบาทของเราในเรื่องกิจวัตรของเรา ในเรื่องสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในโลกนี้ และในสังคมนี้ให้มากๆ ถ้าเราอยู่ในสังคมที่มีแต่ความเห็นแก่ตัว ที่เอารัดเอาเปรียบ เราต้อง عليكم أنفسكم  ดูแลตัวของท่านให้ดี 
 
 

“ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จำเป็นแก่พวกเจ้าในการป้องกันตัวของพวกเจ้า ผู้ที่หลงผิดไปนั้นจะไม่เป็นอันตรายแก่พวกเจ้าได้ เมื่อพวกเจ้าได้รับคำแนะนำไว้

ยังอัลลอฮฺนั้นคือการกลับไปของพวกเจ้าทั้งหมด แล้วพระองค์ก็จะทรงบอกแก่พวกเจ้าทั้งหลายในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน”

 

เราเกิดมาในยุคที่ไม่มีท่านนบีอยู่ แต่มรดกของท่าน คือวิชาความรู้ที่ทิ้งไว้ให้กับพวกเรา

 

“ท่านนบีไม่ได้ทิ้งเงินทองไว้ให้ลูกหลานเลย แต่ได้ทิ้งสองสิ่งที่ หากพวกท่านยึดมันไว้ พวกท่านจะไม่หลงทางอีกเลยภายหลังจากฉัน

คือ คัมภีร์ของอัลลอฮฺ และแนวทางของฉัน” 

 

          ท่านพี่น้อง ท่านต้องซึมซับตรงนี้ ถ้าท่านพี่น้องไม่หนักแน่น สักวันเราก็ตกเป็นทาสเขา เราต้องขอดุอา หวังว่าโมเดลใหม่ที่จะเกิดกับโลกอิสลามนั้นเป็นโมเดลที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับมุสลิม ผู้นำที่ไม่เอาไหนเราก็ปล่อยมันไป เพราะอัลลอฮฺจะต้องส่งผู้ปฏิรูปมาเพื่อฟื้นฟูอิสลาม และผู้ปฏิรูปยุคสุดท้ายก็คือ อิหม่ามมะฮฺดีย์ กับนบีอีซา


         เพราะฉะนั้น ดูแลตัวของท่าน ณ เวลานี้ ลูกหลานพยายามตักเตือน ด้วยการเตือนกันในการทำดี ยับยั้งห้ามปรามกันไม่ให้ทำชั่ว เยาวชนที่รักทั้งหลาย ถ้าจะโง่สักนิดในดุนยา ไม่มีใครตำหนิหรอกครับ แต่โลกอาคิเราะห์ต้องฉลาด

          หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ณ เวลานี้ เราควรจะเริ่มหันมาศึกษาหาความรู้อย่างถูกต้อง และเข้าใจจริง เพื่อที่เราจะได้เป็นมุสลิมที่มีคุณค่า เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่คอยจะวิ่งตามเขา แน่นอนครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นอิสลามจะจบสิ้นในยุคของเรา


 “มุฮัมมัดมิได้เป็นบิดาผู้ใดในหมู่บุรุษของพวกเจ้า  แต่เป็นร่อซูลของอัลลอฮฺและเป็นคนสุดท้ายแห่งบรรดานบี

 และอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง”


          เราไม่ต้องไปอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของคนๆ หนึ่งมากมายนัก แต่สิ่งที่เราต้องทำคือ เอาคำสอนของเขามาใช้ในการดำเนินชีวิต จะเป็นประโยชน์กับเรามากกว่า

          ท่านพี่น้องผู้มีเกียรติ เราต้องให้โอกาสเยาวชน คนรุ่นใหม่ในการทำงาน เมื่อเขาประสบความสำเร็จนั่นแหละครับ ท่านก็จะประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ท่านประสบอยู่เพียงคนเดียว

 

 

คุตบะฮ์วันศุกร์ มัสยิด ดารุลอิห์ซาน