เพียงถ้อยคำหนึ่งเดียว ! อัลกุรอานกับไบเบิล
  จำนวนคนเข้าชม  498

 

 

เพียงถ้อยคำหนึ่งเดียว !

 ดร.นาญี บิน อิบรอฮีม อัล-อัรฟัจญ์ 

ผู้แปล: เครือข่ายนักศึกษาอัสสลามกรุงเทพฯ

ผู้ตรวจทาน:ทีมงานภาษาไทยเว็บอิสลามเฮ้าส์


 

คำถามก่อนการอ่าน 

  • อะไรคือ“เพียงถ้อยคำหนึ่งเดียว”?
  • คัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวถึงถ้อยคำนี้อย่างไรบ้าง?
  • คัมภีร์อัลกุรอานกล่าวถึงถ้อยคำนี้อย่างไรบ้าง?
  • คุณมีความเห็นอย่างไรในถ้อยคำนี้?

 

 เข้าสู่ประเด็น

 

หลังจากการสร้างอดัมเพียงถ้อยคำหนึ่งเดียวอันเดิมที่ถูกส่งลงมายังหมู่มนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติ

ดังนั้นเพื่อที่จะย้ำเตือนมนุษย์ถึงถ้อยคำนี้และชักนำพวกเขากลับสู่หนทางที่ถูกต้องบรรดาศาสนทูตและเหล่าผู้นำสาส์นตั้งแต่อดัมโนอาอับราฮัมโมเสสเยซูและมุฮัมหมัดจึงถูกส่งลงมาโดยพระเจ้าที่แท้จริงองค์เดียวเพื่อที่จะแบกรับถ้อยคำนี้ 

 

พระเจ้าที่แท้จริงมีเพียงองค์เดียว 

จงเคารพสักการะพระองค์เท่านั้นและ 

จงปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์

ส่ง นำสาส์นจาก

---------------- อดัม      พระเจ้าองค์เดียว

 

---------------- โนอาพระเจ้าองค์เดียว

 

--------------- อับราฮัมพระเจ้าองค์เดียว

 

---------------- โมเสสพระเจ้าองค์เดียว

 

---------------- เยซูพระเจ้าองค์เดียว

 

---------------- มุฮัมหมัดพระเจ้าองค์เดียว

พระเจ้าได้ส่งศาสนทูตที่สำคัญลงมาเช่นเดียวกับบรรดาศาสนทูตและเหล่าผู้นำสาส์นเพื่อที่จะทำให้งานและภารกิจต่างๆบรรลุผลส่วนหนึ่งของภารกิจเหล่านั้นคือ

v เพื่อน้อมรับทางนำจากพระเจ้าและเผยแผ่สู่ผู้คน

v เพื่อน้อมนำสาส์นที่ว่า“พระเจ้ามีหนึ่งเดียว”

v เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่หมู่ชนของพวกเขา

v เพื่อแนะนำหมู่ชนของพวกเขาให้ยำเกรงพระเจ้าและปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์

v เพื่อสั่งสอนผู้ติดตามพวกเขาถึงความสำคัญของศาสนาหลักการทางศีลธรรมและเรื่องราวทางโลก

v เพื่อชี้ทางให้แก่ผู้หันเห (จากแนวทางที่ถูกต้อง) ไม่เชื่อฟังพระเจ้าหรือสักการะพระเจ้าอื่นๆหรือบรรดาเจว็ดต่างๆ

v เพื่อบอกผู้คนเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางสุดท้าย     (วันสุดท้าย) ซึ่งจะนำสู่สวรรค์หรือนรก

 

พระองค์คือ พระเจ้าองค์เดียวกันผู้สร้างและส่งศาสนทูตเหล่านั้นและบรรดาผู้นำสาส์นพระองค์คือผู้ทรงสร้างมวลหมู่มนุษยชาติ  สิงสาราสัตว์ และวัตถุธาตุต่าง ๆ ทั้งมวลพระองค์คือพระเจ้าที่แท้จริงองค์เดียวผู้สรรค์สร้างทั้งจักรวาล (รวมทั้งธรรมชาติ) และสรรพสิ่งที่อยู่ในมัน พระองค์คือผู้สร้างความเป็น  ความตายและชีวิตหลังความตาย

ความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้าที่เที่ยงแท้หรือพระผู้สร้างเป็นสิ่งที่มีหลักฐานอันกระจ่างชัดและง่ายดายต่อการสืบเสาะค้นหาในบรรดาคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งของชาวยิวคริสเตียนมุสลิมและอื่นๆ

โดยการศึกษาความคิดเกี่ยวกับพระเจ้า ทั้งในไบเบิ้ลและในอัลกุรอานอย่างบริสุทธิ์ใจและมีเป้าประสงค์ ผู้ค้นหาสัจธรรมอย่างจริงใจควรที่จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงคุณลักษณะหนึ่งเดียวอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้าที่แท้จริงเท่านั้น

 

บางคุณลักษณะที่แยกแยะพระเจ้าที่แท้จริงองค์นี้  ออกจากสิ่งอื่น  ซึ่งอ้างความเป็นพระเจ้า ได้แก่

v พระเจ้าที่แท้จริงนี้ทรงเป็นผู้สร้าง มิใช่สิ่งถูกสร้าง

v พระเจ้าที่แท้จริงนี้ทรงเป็นหนึ่งเดียว มิใช่สามหรือมากกว่านั้น พระองค์ไม่มีแม้หุ้นส่วนหรือสิ่งเสมอเหมือนอื่นใด

v พระเจ้าที่แท้จริงนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่มีใครมองเห็นพระองค์ในโลกนี้  พระองค์มิใช่วัตถุกายภาพที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นหรือทรงอวตารมาอยู่ในรูปแบบใด ๆ

v พระเจ้าที่แท้จริงหนึ่งเดี่ยวนี้ทรงเป็นนิรันดร์ พระองค์ทรงไม่ตายหรือทรงเปลี่ยนแปลง

v พระเจ้าที่แท้จริงหนึ่งเดียวนี้มิทรงต้องการพึ่งพิงผู้ใดเช่นมารดาภริยาหรือบุตรหรือสิ่งต่างๆเช่นอาหารเครื่องดื่มหรือความช่วยเหลือแต่สิ่งอื่นๆนั้นล้วนต้องการพึ่งพิงพระองค์

v พระเจ้าที่แท้จริงหนึ่งเดียวนี้ทรงมีความเป็นหนึ่งในคุณลักษณะของพระองค์ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ไม่สามารถนำรูปร่างและคุณลักษณะทั้งของมนุษย์และสัตว์มาเป็นคุณลักษณะของพระองค์

 

เราสามารถที่จะนำบรรทัดฐานและคุณลักษณะต่างๆเหล่านี้  (เช่นเดียวกับคุณลักษณะอื่นๆที่เป็นของพระองค์เพียงหนึ่งเดียว) ในการที่จะตรวจสอบหรือปฏิเสธต่อสิ่งอื่นที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นพระเจ้า

ในตอนนี้  ผมจะขอกลับไปสู่การสนทนาถึงถ้อยคำหนึ่งเดียวที่ผมกล่าวถึงข้างต้น และยกโองการจากทั้งในไบเบิ้ลและอัลกุรอาน เพื่อยืนยันถึงความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้า

แต่ก่อนถึงตรงนั้น  ผมอยากจะแบ่งปันกับคุณถึงความคิดนี้

 

คริสเตียนบางคนอาจประหลาดใจ  “มันชัดเจนอยู่แล้วว่าพระเจ้ามีเพียงหนึ่ง  เราศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว แล้วประเด็นคือ?”

แม้กระนั้นก็ตามจากการอ่านและศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับความเป็นคริสเตียน และการสนทนากับคริสตชนจำนวนมาก ผมจึงมาสู่ความเข้าใจว่า  พวกเขาถือเอาพระเจ้าหนึ่งเดียวนี้ประกอบด้วย

1. พระเจ้า พระบิดา

2. พระเจ้า พระบุตร

3. พระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์

 

ดังนั้น จากพื้นฐานแห่งสามัญสำนึก และเหตุผลอย่างง่าย ผู้แสวงหาสัจธรรมที่จริงใจและซื่อสัตย์ควรจะหาเหตุผลว่า

v คุณหมายความว่าอย่างไรที่กล่าวว่าพระเจ้ามีหนึ่งเดียว ขณะที่คุณกล่าวถึงพระเจ้าสามองค์?

v พระเจ้าหนึ่งเดียวอยู่ในสามองค์ หรือพระเจ้าสามองค์ในหนึ่งเดียว (1 ใน 3 หรือ 3 ใน 1)?

 

ในการที่จะให้คำตอบนั้น ตามหลักการของศาสนาคริสต์  พระเจ้าสามองค์นี้มีความแตกต่างกัน  ทั้งในอัตลักษณ์ รูปลักษณ์  บทบาทและหน้าที่

1. พระเจ้า พระบิดา= ผู้ทรงสร้าง

2. พระเจ้า พระบุตร= ผู้ทรงช่วยให้รอด

3. พระเจ้า พระวิญญาณ = ผู้ทรงช่วยเหลือให้ คำปรึกษา

 

อีกอย่างหนึ่งคือ หากพระเยซู พระเจ้าผู้ทรงเป็นบุตร (หรือบุตรแห่งพระเจ้า) คือพระเจ้าที่แท้จริงหรือเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้าหนึ่งเดียว มันไม่เป็นการขัดแย้งกันกระนั้นหรือ ต่อสิ่งที่ไบเบิ้ลเองได้ยืนยันว่าไม่มีใครสามารถเห็นพระองค์ หรือได้ยินเสียงของพระองค์ คัมภีร์ไบเบิ้ลได้บอกกล่าวว่า

v “...ท่านทั้งหลายไม่เคยได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ และไม่เคยเห็นรูปร่างของพระองค์” (ยอห์น 5: 37)

 

v พระองค์ผู้เดียวทรงอมตะและทรงสถิตในความสว่างที่ซึ่งไม่มีคนใดจะเข้าไปถึงผู้ซึ่งมนุษย์ไม่เคยเห็นและจะเห็นไม่ได้...” (1 ทิโมธี 6: 16)

 

v และพระองค์ตรัสว่าเจ้าจะเห็นหน้าของเราไม่ได้ด้วยว่าไม่มีมนุษย์คนใดเห็นหน้าเราแล้วมีชีวิตอยู่ได้” (อพยพ33: 20)

 

จากบรรดาโองการต่างๆเหล่านี้และโองการอื่นในไบเบิ้ลผมขอถามอย่างจริงใจและตรงไปตรงมาว่า “เราสามารถที่จะประสานหลักการที่ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าทั้งที่ไบเบิ้ลยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าและเคยได้ยินเสียงพระองค์?”

บรรดาชาวยิวในเวลานั้น หรือครอบครัวของท่าน หรือบรรดาสาวกต่าง เห็น พระเยซู และ ได้ยินเสียง ของท่านมิใช่หรือ? ยังคงมีความลับใดๆ หรือเป้าหมายซ่อนเร้นอันเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงของพระเจ้า?

ในคัมภีร์ไบเบิ้ล พระเจ้าที่แท้จริงได้ทรงยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเพราะพระเยโฮวาห์ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ พระเจ้าเองทรงปั้นแผ่นดินโลกและทำมันไว้ พระองค์ทรงสถาปนามันไว้ พระองค์มิได้ทรงสร้างมันไว้ให้ยุ่งเหยิง พระองค์ทรงปั้นมันไว้ให้มีคนอาศัย ตรัสดังนี้ว่า เราคือพระเยโฮวาห์ และไม่มีอื่นใดอีก...เราคือพระเยโฮวาห์พูดความชอบธรรม เราแจ้งสิ่งที่ถูกต้องให้ทราบ” (อิสยาห์ 45: 18-19)      

 

ดังนั้น อะไรคือสัจธรรม?

กรุณาอ่านโองการข้างต้นอีกครั้งและพิจารณาดูเถิด!

ถึงตอนนี้เรามาร่วมเดินทางค้นหาสัจธรรมเกี่ยวกับพระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวในคัมภีร์ไบเบิ้ลและคัมภีร์อัลกุรอานด้วยกันเถิด

ณปลายทางของการเดินทางครั้งนี้หลังจากที่ท่านได้ใช้สติปัญญาพินิจพิจารณาด้วยความซื่อสัตย์ความบริสุทธิ์ใจและใคร่ครวญในการอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาโองการต่างๆที่จะได้อ้างถึงต่อไปนี้ฉันใคร่อยากจะรู้ว่าท่านมีความรู้สึกหรือมุมมองเปลี่ยนไปอย่างไร

 

เพื่อให้เกิดความถูกต้องที่สุดฉันได้อ้างถึงบรรดาโองการต่างๆโดยปราศจากการแสดงความคิดเห็นใดๆขอให้ท่านโปรดอ่านโองการเหล่านี้อย่างรอบคอบและใคร่ควรญโดยปราศจากความอคติ

 

พระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวในคัมภีร์ไบเบิ้ล (พันธสัญญาเดิม)

 

โอคนอิสราเอลจงฟังเถิดพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นพระเยโฮวาห์องค์เดียว”   (เฉลยธรรมบัญญัติ 6: 4)

 

เราทุกคนมิได้มีบิดาคนเดียวหรอกหรือพระเจ้าองค์เดียวได้ทรงสร้างเรามิใช่หรือ....” (มาลาคี 2:10)

 

พระเยโฮวาห์ตรัสว่าเจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเราและเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้วเพื่อเจ้าจะรู้จักและเชื่อถือเราและเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละก่อนหน้าเราไม่มีพระเจ้าใดถูกปั้นขึ้นและภายหลังเราก็จะไม่มีเราคือพระเยโฮวาห์และนอกจากเราไม่มีพระผู้ช่วยให้รอด (อิสยาห์ 43: 10-11)

 

"พระเยโฮวาห์พระบรมมหากษัตริย์แห่งอิสราเอลและผู้ไถ่ของเขาพระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่าเราเป็นผู้ต้นและเราเป็นผู้ปลายนอกจากเราแล้วไม่มีพระเจ้า (อิสยาห์44: 6)

 

จงแจ้งเรื่องและนำเข้ามาใกล้เออให้เขาทั้งหลายปรึกษาหารือกันใครเล่าสิ่งนี้ให้ฟังนมนานแล้วใครแจ้งให้ทราบมาตั้งแต่เก่าก่อนไม่ใช่เราหรือคือพระเยโฮวาห์นอกจากเราไม่มีพระเจ้าอื่นเลยพระเจ้าผู้ชอบธรรมและพระผู้ช่วยให้รอดไม่มีอื่นใดนอกเหนือเรา

มวลมนุษย์ทั่วแผ่นดินโลกเอ๋ยจงหันมาหาเราและรับการช่วยให้รอดเพราะเราเป็นพระเจ้าและไม่มีอื่นใดอีก

เราได้ปฏิญาณโดยตัวเราเองถ้อยคำได้ออกไปจากปากของเราด้วยความชอบธรรมซึ่งจะไม่กลับว่าหัวเข่าทุกหัวเข่าจะต้องคุกกราบลงต่อเราและลิ้นทุกลิ้นจะต้องปฏิญาณต่อเรา (อิสยาห์ 45: 21-23)

 

 

โองการเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนจากคัมภีร์ไบเบิ้ล(พันธสัญญาเดิม)

พระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวในคัมภีร์ไบเบิ้ล (พันธสัญญาใหม่)

 

ดูเถิดมีคนหนึ่งมาทูลพระองค์ว่าท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐข้าพเจ้าจะต้องทำดีประการใดจึงจะได้ชีวิตนิรันดร์

พระองค์ตรัสตอบเขาว่าท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไมเล่าไม่มีผู้ใดประเสริฐนอกจากพระองค์เดียวคือพระเจ้าแต่ถ้าท่านปรารถนาจะเข้าในชีวิตก็ให้ถือรักษาพระบัญญัติไว้” (มัธทิว19: 16-17)

 

และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์คือที่เขารู้จักพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวและรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา” (ยอห์น17: 3)

 

พระเยซูจึงตรัสตอบมันว่าอ้ายซาตานจงไปเสียให้พ้นเพราะมีเขียนไว้แล้วว่าจงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่านและปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว” (มัธทิว4: 10)

 

พระเยซูจึงตรัสตอบคนนั้นว่าพระบัญญัติซึ่งเป็นเอกเป็นใหญ่กว่าบัญญัติทั้งปวงนั้นคือว่าโอคนอิสราเอลจงฟังเถิดองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว” (มาระโก12: 29)

 

ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียวและมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์” (1 ทิโมธี2: 5)

 

 

ถึงจุดนี้เป็นการยืนยันว่าพระเจ้านั้นมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นไม่ใช่สองหรือสามแต่อย่างใด

 

พระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวในคัมภีร์กุรอาน

 

 

จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดพระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะอัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่งพระองค์ไม่ประสูติและไม่ทรงถูกประสูติและไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์  (112: 1-4)

 

แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากข้าดังนั้นพวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้า” (21: 25)

 

แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่าอัลลอฮ์เป็นผู้ที่สามของสามองค์นั้นได้ตกเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้วไม่มีสิ่งใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะนอกจากผู้ที่ควรเคารพสักการะองค์เดียวเท่านั้นและหากพวกเขามิหยุดยั้งจากสิ่งที่พวกเขากล่าวแน่นอนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธการศรัทธาในหมู่พวกเขานั้นจะต้องประสบการลงโทษอันเจ็บแสบ” (5: 73)

 

จะมีพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮ์อีกหรือเปล่าดอก ! ส่วนมากของพวกเขาไม่รู้ (27: 61)

 

จะมีพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮ์อีกหรือ? อัลลอฮ์ทรงสูงส่งเหนือสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี” (27: 63)

 

จะมีพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮ์อีกหรือ? จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) จงนำหลักฐานของพวกท่านมาหากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง” (27: 64)

 

สามารถสรุปได้ว่าหลักฐานที่ได้แสดงให้ท่านได้เห็นทั้งหมดนี้และยังมีอีกหลายร้อยข้อความจากทั้งในคัมภีร์ไบเบิลและอัลกุรอานนั้นเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความเป็นหนึ่งและเป็นข้อความที่จะยังคงอยู่นิรันดรเพื่อชี้ชัดว่าพระเจ้าที่แท้จริงนั้นมีเพียงพระองค์เดียวมวลมนุษย์ทั่วแผ่นดินโลกเอ๋ยจงหันมาหาเราและรับการช่วยให้รอดเพราะเราเป็นพระเจ้าและไม่มีอื่นใดอีก” (อิสยาห์ 45: 22)

 

ในคัมภีร์ไบเบิลไม่ได้ยืนยันไว้พียงพระเจ้าผู้เป็นหนึ่งเดียวเท่านั้นแต่พระเจ้าที่แท้จริงนั้นคือผู้ทรงสร้างและผู้ที่จะช่วยเหลือคุ้มครองให้รอดพ้นพระเยโฮวาห์ตรัสว่าเจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเราและเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้วเพื่อเจ้าจะรู้จักและเชื่อถือเราและเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละก่อนหน้าเราไม่มีพระเจ้าใดถูกปั้นขึ้นและภายหลังเราก็จะไม่มีเราคือพระเยโฮวาห์และนอกจากเราไม่มีพระผู้ช่วยให้รอด” (อิสยาห์43: 10-11)

ตามที่ได้ยืนยันไปแล้วข้างต้นบรรดาพระเจ้าหรือเทพเจ้าอื่นๆที่ถูกสมมุติขึ้นมาเช่นพระเยซูพระวิญญาณบริสุทธิ์ (พระจิต) พระพรหมพระวิษณุพระศิวะพระกฤษณะหรือกระทั่งพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้เป็นพระผู้เป็นเจ้าและไม่มีสัญญาณที่ประจักษ์ถึงการเป็นพระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียวที่แท้จริง

อาจเป็นเพราะความเชื่อผิดๆหลังจากชาวยิวได้หันไปเคารพภักดีต่อพระเจ้าอื่นๆจากพระองค์เหตุฉะนั้นพระพิโรธของพระองค์จึงพลุ่งขึ้นต่อชนชาติของพระองค์....” (อิสยาห์5:25)ในทำนองนั้นมูซา (โมเสส) จึงได้ทำลายเทพเจว็ดเหล่านั้นทิ้ง

ขณะเดียวกันชนชาวคริสต์ที่ยึดพระเจ้าองค์เดียวในช่วงแรกๆยอมทนต่อการถูกทรมานและถูกประหารเนื่องจากพวกเขาปฏิเสธไม่ยอมเปลี่ยนคำสอนของพระเยซูที่เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวจากการบิดเบือนของนักบุญเปาโลถึงหลักตรีเอกานุภาพ

กล่าวโดยสรุปบรรดาศาสนทูตทั้งหมดของพระเจ้าเช่นนบีอาดัมนบีนูหฺ (โนอาห์) นบีอิบรอฮีม (อับราฮัม) นบีมูซา (โมเสส) นบีอีซา (เยซู) และนบีมุฮัมมัดล้วนถูกส่งลงมาจากพระเจ้าองค์เดียวกันพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงประทานสาส์นเดียวกันลงมา ซึ่งมีใจความเหมือนกันหมดว่า:

พระเจ้าที่แท้จริง มีเพียงองค์เดียวเท่านั้น

ท่านทั้งหลายจงเคารพภักดีพระองค์ผู้เดียวเถิด

ในเมื่อบรรดาศาสนทูตเหล่านั้นได้เผยแผ่สาส์นเดียวกันศาสนาของพวกเขาก็ย่อมเป็นศาสนาเดียวกันแล้วศาสนาของเหล่าศาสนทูตทั้งหมดนั้นคือศาสนาอะไร?

การเชื่อฟังต่อเจตจำนงของพระผู้เป็นเจ้าคือแกนหลักของสาส์นที่ประทานลงมาผ่านศาสทูตเหล่านั้นคำว่ายอมจำนนแปลว่าอิสลามในภาษาอาหรับ

คัมภีร์อัลกุรอานได้ยืนยันว่าอิสลามคือศาสนาของเหล่าศาสนทูตทั้งหมดข้อเท็จจริงจากคัมภีร์อัลกุรอานนี้สามารถกลับไปพิสูจน์ได้ในคัมภีร์ไบเบิลเช่นเดียวกัน (ซึ่งจะเป็นหัวข้อที่เราจะมาอภิปรายกันในหนังสือเล่มถัดไปด้วยความประสงค์ของอัลลอฮฺ)

ท้ายที่สุดการที่เราจะบรรลุการไถ่บาปจากพระองค์เราต้องน้อมรับและศรัทธาต่อสาส์นนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจอย่างไรก็ตามสิ่งเหลานี้อาจไม่เพียงพอเรายังต้องศรัทธาต่อเหล่าศาสนทูตทั้งหมดของพระองค์อีกด้วยเช่นกันรวมทั้งท่านศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมและเจริญรอยตามทางนำและคำสอนที่ถูกต้องของท่านอีกด้วยและนี่คือประตูชัยสู่ความสุขและชีวิตอันนิรันดรทีแท้จริง

เพราะฉะนั้นหากคุณคือผู้แสวงหาสัจธรรมด้วยความบริสุทธ์ใจและผู้รักการไถ่บาปจากพระเจ้าที่แท้จริงคุณอาจจะต้องพิจารณาและตัดสินใจได้แล้วตอนนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไปก่อนที่ความตายได้มาเยือนคุณซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้โดยไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าได้

 

 

สิ่งที่ต้องมาใตร่ตรองท้ายนี้

สำหรับคนที่มีความจริงใจบริสุทธิ์ใจจริงจังยึดความถูกต้องและใจที่เปิดกว้างในการแสวงหาสัจธรรมและหลังจากที่ได้ไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสาส์นหนึ่งเดียวสาส์นนี้คุณอาจตั้งคำถามว่า

แล้วอะไรคือสัจธรรมที่แท้จริง?ฉันควรทำอย่างไร?

 

คุณสามารถศรัทธาอย่างบริสุทธิ์ใจในพระเจ้าที่แท้จริง (พระองค์อัลลอฮฺ) ศรัทธาในศาสนทูตคนสุดท้ายที่พระองค์ส่งลงมาแล้วกล่าวดังประโยคต่อไปนี้

ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรค่าแก่การเคารพภักดีอย่างแท้จริงเว้นแต่อัลลอฮฺ

และฉันขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดนั้นเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ

คำกล่าวปฏิญาณนี้เป็นก้าวแรกสำหรับเส้นทางสู่ชีวิตอันนิรันดรและกุญแจสู่ประตูสวรรค์ของพระองค์

หากคุณเลือกเส้นทางนี้คุณสามารถติดต่อกับเพื่อนที่เป็นมุสลิมของคุณศูนย์กลางอิสลามที่ใกล้ตัวที่สุดหรือแม้กระทั่งตัวผู้เขียนเอง (เรายินดีเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเหลือ) 

 

เราเชื่อว่าคุณทำได้ 

คำนิยามคำสำคัญในศาสนาอิสลาม

 

  • อัลลอฮฺ (Allah)คือพระนามของพระเจ้าที่แท้จริงพระผู้ทรงสร้างพระเจ้าที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ (ยิวคริสเตียนมุสลิมฮินดูและอื่นๆ)
  • มุฮัมมัด(Muhammad) ศาสนทูตท่านสุดท้ายของพระเจ้าที่แท้จริง
  • อิสลาม(Islam)การยอมจำนวนต่อผู้ทรงสร้างพระเจ้าที่แท้จริง (อัลลอฮฺ) บุคคลจะบรรลุถึงความสุขและสันติสุขภายในจิตใจด้วยการยอมจำนนและเชื่อฟังพระเจ้าที่แท้จริงเท่านั้น
  • มุสลิม(Muslim)บุคคลที่ยอมจำนนต่อพระเจ้าที่แท้จริง “อัลลอฮฺ (ผู้ทรงสร้าง)”
  • อัลกุรอาน (Qur’an)คำดำรัสของอัลลอฮฺที่ทรงประทานผ่านท่านศาสนทูตมุฮัมมัด